วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

การได้มาวัดพระธรรมกาย ทำให้นิสัยฉันดีขึ้นมากมาย

...........................
          การมีครูดี มีเพื่อนดี ช่างมีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนเราจริง ๆ ค่ะ ยอมรับอย่างไม่อายเลยว่า ก่อนที่จะมาวัดพระธรรมกาย มีนิสัยที่ไม่ดีมากมาย แต่หลังจากที่ได้มาวัดพระธรรมกาย ได้ศึกษาประวัติชีวิตของครูบาอาจารย์ทุกท่าน ตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) พระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทัตตชีโว) รวมทั้งการศึกษาประวัติการสร้างบารมีของหมู่คณะวัดพระธรรมกายโดยละเอียด
          ทุกท่านคะ อุปนิสัยของครูบาอาจารย์แต่ละท่าน กับ อุปนิสัยของดิฉัน มันช่างคนละ level เลยค่ะ ทำให้เกิดตัวรู้ด้วยตนเองเลยว่า...หากต้องการให้ชีวิตดีขึ้น แรกสุดเลยคือ ต้องแก้ไขนิสัยของตัวเรา ให้มีอุปนิสัยที่ใกล้เคียงหรือได้อย่างครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ...จากวันนั้น (ปี 2541) จนบัดนี้ (ปี 2559) นิสัยประจำตัวดีขึ้นกว่าเดิมมากค่ะ (แต่ก็ยังไม่ได้ถึงเศษเสี้ยวหนึ่งของครูบาอาจารย์หรอกนะคะ)

          วัดพระธรรมกายทำให้ฉัน....มีนิสัย
          **การใช้เงินเป็น คือ ทุกเดือนจะต้องแบ่งเงินรายได้ อย่างน้อย 20% ไปทำบุญในพระพุทธศาสนา
          **รักการสั่งสมบุญทุกรูปแบบ ทั้งทำทาน รักษาศีล ทำสมาธิ และทำหน้าที่กัลยาณมิตร
          **เป็นคนคิดดี/คิดบวก คิดเฉพาะเรื่องราวดี ๆ เรื่องไม่ดีทั้งหลายไม่มีสิทธิ์มาคลอเคลียอยู่ใกล้ใจฉันได้นานเกินนาทีค่ะ
          **รักในการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ จนเกิดปฏิเวธ เป็นที่ตั้งของความเลื่อมใสศรัทธาแก่ผู้พบเห็น
ฯลฯ
ในวันสำคัญหรือวันอาทิตย์ จะเข้าวัดทำบุญอยู่เสมอ ๆ 

จะมีความสุขมากที่เห็นคนเข้าวัด ปฏิบัติธรรมกันมาก ๆ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่จะเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต

นิสัยดีอีกอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือ การทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม ทั้งบนและใต้บันได (ตามแบบอย่างคุณยายอาจารยฯ)

หลวงพ่อธัมมชโยจะสอนอยู่เสมอว่า ...หยาบยังจัดระเบียบไม่ได้ แล้วจะจัดระเบียบใจได้อย่างไร? (สะอาดนอก สะอาดใน มีผลต่อการทำสมาธิจริง ๆ ค่ะ)

จิตที่ผ่องใส ทำอะไร ๆ ก็สำเร็จ ยิ่งจิตผ่องใส ณ ฐานที่เจ็ด คำว่าไม่สำเร็จ ไม่รู้จักแน่นอนค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น